Facebook Twitter Google plus Line
เด็กหญิงชาวไทย ตามหาแม่ วงจรปิดจับนาที อุ้มทิ้ง รพ.ในซิดนี่ย์ (คลิป)
Post by : Ao  Views : 7,082 Date : 10 เม.ย. 62 12:04  
Facebook Twitter Google plus Line
เด็กหญิงชาวไทย ตามหาแม่ วงจรปิดจับนาที อุ้มทิ้ง รพ.ในซิดนี่ย์ (คลิป)
indiglow

เด็กหญิงชาวไทย ตามหาแม่ วงจรปิดจับนาที อุ้มทิ้ง รพ.ในซิดนี่ย์ (คลิป)


เด็กไทยในออสเตรเลียไป ออกรายการทีวีหลังถูกแม่แท้ๆนำมาทิ้งในโรงพยาบาลเมืองซิดนีย์ หลังคลอดได้ราว 8 ชั่วโมง เมื่อ 14 ปีก่อน ประกาศตามหาแม่บังเกิดเกล้าผ่านจอ ยันไม่คิดโทษแม่ที่ทิ้งไปตั้งแต่แบเบาะ พร้อมหวังอยากกอดแม่สักครั้ง ด้านคนไทยและสื่อออสซี่ช่วยประโคมข่าว หวังช่วยให้แม่ลูกได้พบหน้ากันอีกครั้ง

เรื่องราวของเด็กหญิงไทยวัย 14 ปี ออกรายการโทรทัศน์ที่ออสเตรเลีย เพื่อตามหามารดา ซึ่งทิ้งเธอไว้ที่โรงพยาบาลในนครซิดนีย์ตั้งแต่แบเบาะในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 8 เม.ย.เวลา 19.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น รายการ A CURRENT AFFAIRS ซึ่งเป็นรายการแนวสารคดีเชิงข่าวชื่อดัง ทางช่อง 9 ออสเตรเลีย ได้นำเสนอเรื่องราวที่ช็อกคนทั้งประเทศ ด้วยการสัมภาษณ์ เจสสิก้า โบท์ไรท์ (Jessica Boatwright) เด็กหญิงชาวไทย พร้อมเผยแพร่ภาพจากแฟ้มข่าวเกี่ยวกับตัวเธอ ที่ออกอากาศไปเมื่อ 14 ปีที่แล้ว เป็นครั้งแรก

ทั้งนี้ ทางรายการได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลลิเวอร์พูล ทางตะวันตกของเมืองซิดนีย์ ในคืนที่เชื่อว่า หนูน้อยเจสสิก้า ลืมตาออกมาดูโลก ในปี 2548 (ค.ศ.2005) ในภาพแสดงให้เห็นว่ามีหญิงชาวเอเชีย ทราบในภายหลังว่าเป็นคนไทย สวมเสื้อคลุม เดินอุ้มเด็กอ่อนที่พันด้วยผ้าขนหนูรอบตัวเด็ก เข้ามาที่แผนกฉุกเฉินในโรงพยาบาล ตามเวลาที่กล้องวงจรปิดของ รพ.ระบุไว้คือ เวลา 01.30 น. หญิงคนดังกล่าวได้เข้าไปติดต่อที่เคาน์เตอร์พยาบาล ร้องขอล่ามชาวไทยเป็นสื่อกลางระหว่างตัวเธอและแพทย์ เพื่อดูอาการของเด็กทารก ที่คาดว่าเพิ่งเกิดได้ 8 ชั่วโมง และให้ชื่อกับเจ้าหน้าที่ รพ.ว่า “Pom Bounsone” ต่อมาเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นชื่อปลอม

จากภาพของกล้องวงจรปิด พบว่าหลังเวลาผ่านไปร่วม 6 ชั่วโมง ยังมีจับภาพหญิงคนดังกล่าวนั่งรออยู่ในห้องรอการตรวจจากแพทย์ แล้วเหตุการณ์ที่ช็อกคนดูทั้งประเทศก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆเธอก็วางทารกน้อยไว้ที่เก้าอี้ แล้วลุกขึ้นเดินจากไปเดินเอามือไขว้หลัง ไปตามทางเดินด้วยอาการปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเดินออกไปจากโรงพยาบาล ไม่หันหลังกลับมาดูลูกน้อย ที่นอนอยู่บนเก้าอี้เลยแม้แต่น้อย ซึ่งภาพดังกล่าว ทำให้ผู้ชมรายการโจษจัน กันทั้งประเทศ


หลังจากนั้น ผู้ดำเนินรายการได้ถามเจสสิก้าว่า 14 ปีผ่านไป มีความรู้สึกอย่างไรบ้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น สาวน้อยเจสสิก้าบอกว่า ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และไม่รู้ว่าการที่แม่ต้องมาทอดทิ้งเธอในโรงพยาบาลแบบนี้ มีความจำเป็นอะไรหรือเปล่าแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทอดทิ้งกันด้วย และอยากเจอแม่ที่แท้จริงอย่างมาก อยากจะได้พูดคุยด้วยจริงๆ รวมถึงสิ่งที่อยากทำคือ ขอให้ได้กอดแม่บังเกิดเกล้าสักครั้ง

เจสสิก้ายังได้บอกกับผู้ดำเนินรายการอีกว่า ครอบครัวโบท์ไรท์ ที่รับอุปการะเธอ เป็นครอบครัวที่วิเศษมาก คุณพ่อและคุณแม่ให้ความรักและความอบอุ่น ให้เธอทุกอย่าง แบบที่พ่อและแม่ครอบครัวอื่นๆจะมอบให้กับลูกของตัวเองได้ นอกจากเธอแล้ว ครอบครัวโบท์ไรท์ ยังรับเด็กชายเจ ชาวเอเชีย อายุ 8 ขวบ และเด็กหญิงไอด้า ชาวเอเชีย อายุ 4 ขวบ มาเลี้ยงในฐานะลูกบุญธรรมอีกด้วย อยู่กันแบบพี่น้องอย่างมีความสุข

ช่วงสุดท้ายของรายการ เจสสิก้าได้บอกว่า ตอนนี้กำลังเตรียมตัวที่จะศึกษาต่อด้านการแพทย์ และหวังเป็นอย่างยิ่งอีกว่า จะได้มีโอกาสพบแม่แท้ๆของเธออีกครั้ง เธอจะไม่ต่อว่าใดๆทั้งสิ้น เพราะว่าแม่อาจมีความจำเป็นที่ต้องทำ จะไม่กล่าวโทษ หรือติดใจใดๆทั้งสิ้น ขอแค่คุณแม่ก้าวออกมาหาเธอเท่านั้น

นอกจากนี้ รายการทีวีดังกล่าวยังได้ไปสัมภาษณ์ ครอบครัวโบท์ไรท์ สามีเป็นชาวออสซี และภรรยาเป็นชาวเอเชีย ที่ขอรับอุปการะหนูน้อยเจสสิก้าไปดูแล หลังจากเจ้าหน้าที่พยายามตามหาหญิงในภาพกล้องวงจรปิดอยู่ 5 เดือน สามีภรรยาโบท์ไรท์กล่าวว่า หลังจากที่เราได้ดูข่าวผ่านทางสื่อต่างๆก็ได้ติดตามข่าวเจสสิก้ามาโดยตลอด ในที่สุดตนและภรรยา ได้ตกลงกันว่าจะขอศาลเด็กและเยาวชน เพื่อรับเจสสิก้ามาเลี้ยงดูในฐานะลูกบุญธรรม และทำเรื่องประสานไป กระทั่งได้เธอมาเป็นบุตรบุญธรรมในเวลาต่อมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากชาวไทยในนครซิดนีย์ได้ชมรายการ ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้ และมีการสอบถามเจ้าของร้านอาหารเก่าแก่ และคนทำงานร้านอาหาร รวมทั้งนักศึกษาที่ไปเรียนและขอวีซ่าอยู่ถาวรมาจนปัจจุบัน ให้ช่วยกันตามหาผู้หญิงในภาพกล้องวงจรปิด ที่นำบุตรสาวไปทิ้งไว้ในโรงพยาบาล เพื่อช่วยสานฝันให้เด็กหญิงเจสสิก้าได้พบมารดาที่แท้จริงสักครั้ง



แสดงความคิดเห็น