Facebook Twitter Google plus Line
โดนแฉอีก! ครอบครัวหัวร้อนกร่าง จอดรถขวางเพื่อนบ้าน-เจ้าตัวโต้ก็ที่ว่าง อีกฝ่ายเมาด่าก่อน
Post by : JINNY LATTE   Date : 15 พ.ค. 61 09:05   Views : 11,779
Facebook Twitter Google plus Line
โดนแฉอีก! ครอบครัวหัวร้อนกร่าง จอดรถขวางเพื่อนบ้าน-เจ้าตัวโต้ก็ที่ว่าง อีกฝ่ายเมาด่าก่อน
โดนแฉอีก!ครอบครัวหัวร้อนกร่างจอดรถขวางเพื่อนบ้าน-เจ้าตัวโต้ก็ที่ว่างอีกฝ่ายเมาด่าก่อน


จากกรณีครอบครัวของนายพยอมและน.ส.หทัยรัตน์สมถวิลได้ทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สภ.มาบตาพุดจ.ระยอง จนกระทั่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์อีกทั้งมีผู้มาเปิดเผยพฤติกรรมของครอบครัวนี้ว่าเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ในหลายจังหวัดมาแล้วโดยมีผู้เปิดเผยด้วยว่าครอบครัวดังกล่าวเคยทะเลาะวิวาทกับเพื่อนบ้านเรื่องที่จอดรถในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่จ.นนทบุรี

วันนี้(14พ.ค.61) คุณเปิ้ล(นามสมมติ)เพื่อนบ้านที่เคยเป็นคู่กรณีที่เคยทะเลาะกับน.ส.หทัยรัตน์ เปิดเผยกับทีมข่าวว่าตนอาศัยอยู่บ้านตรงข้ามกับคุณหทัยรัตน์ วันเกิดเหตุคือวันที่27มี.ค.ที่ผ่านมาเวลาประมาณ06.00น.โดยบ้านที่คุณหทัยรัตน์มีรถยนต์2คันซึ่งสามารถจอดรถในบ้านได้1คันและด้านนอกบ้านอีก1คันแต่ครอบครัวนี้จอดรถในบ้านเพียง1คันส่วนอีก1คันกลับนำมาจอดหน้าบ้านตน

ก่อนหน้านี้เคยคุยกับคุณหทัยรัตน์แล้วว่าอยากให้ขยับรถให้ตนหน่อยเพราะตนคิดว่าหน้าบ้านตนตนก็ควรจะมีสิทธิ์ใช้พื้นที่ตรงนี้จนกระทั่งเข้าไปคุยอีกครั้งทำให้คุณหทัยรัตน์ไม่พอใจจนกลายเป็นมีปากเสียงกันเล็กน้อยจากนั้นคุณหทัยรัตน์ก็นำรถมาจอดอีกซึ่งตนไม่พอใจและโวยวายจนทำให้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรงซึ่งทางคุณหทัยรัตน์ก็ไม่ยอมขยับให้

และยังบอกอีกว่า“ตรงนี้เป็นที่สาธารณะถ้ากูมีรถร้อยคันกูจะจอดตรงไหนก็ได้”ตนได้ยินแบบนั้นก็ทำให้โมโหมากจึงได้ขว้างที่ตักขยะใส่บ้านหทัยรัตน์ไปโดนรถหทัยรัตน์ที่จอดไว้หลังจากนั้นทางหทัยรัตน์ก็ไม่ยอมพร้อมจะแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายกับตนด้วยซึ่งตนก็ไม่ยอมเช่นกันจะแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทกับทางหทัยรัตน์ด้วย

โดยหลังเกิดเหตุตนได้เดินทางไปที่สภ.บางศรีเมืองเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้แต่ระหว่างนั้นก็มีปากเสียงกันบนโรงพักจนเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าให้กลับกันไปก่อนแล้วจะติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อให้เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม

คุณเปิ้ลเล่าต่อว่าตอนนี้ตนไม่ได้อยู่บ้านหลังดังกล่าวแล้วเท่าที่ตนรู้มีป้าในหมู่บ้านคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าครอบครัวนี้เคยมีปัญหาหน้าหมู่บ้านมาก่อนตนก็ไม่เคยรู้เพียงแต่ป้าคนนั้นบอกเพียงว่าพวกนี้อย่าไปยุ่งเลยตำรวจยังไม่กลัวเลย

ตนอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้มา3ปีแล้วส่วนคู่กรณีนั้นย้ายมาอยู่หลังตนและอยู่เพียงไม่นานและมีปัญหากับบ้านข้างๆเรื่องราวตากผ้าวางขวางทางโดยคู่กรณีอ้างว่าถอยรถเข้าบ้านไม่ได้

ด้าน คุณต้อย(นามสมมติ)เพื่อนบ้านอีกราย เล่าว่าเท่าที่ทราบคือทางหทัยรัตน์มีปากเสียงกับคุณเปิ้ลซึ่งเป็นเพื่อนบ้านอยู่ฝั่งตรงกันข้างกันทะเลาะกันเรื่องที่จอดรถคือจอดรถไว้หน้าบ้านคนอื่นทำให้อีกบ้านรู้สึกว่าจอดเกะกะหน้าบ้านเขาก็มีการโวยวายกันแล้วทางหทัยรัตน์ได้กล่าวหาว่าผู้หญิงคนนั้นทำร้ายเขาอีกส่วนตัวมองว่าแค่ผู้หญิงคนเดียวจะไปทำร้ายอะไรได้สาเหตุก็เพราะไปจอดรถขวางทางคนอื่นเขาจนคนอื่นไม่กล้าพูด

คุณต้อยเล่าอีกว่าบ้านคุณเปิ้ลมาเช่าอยู่ในหมู่บ้านนี้ไม่ถึงปีส่วนบ้านคุณหทัยรัตน์เป็นบ้านที่เจ้านายเช่าให้อยู่ทั้งนี้ตนมองว่านิสัยบ้านนั้นเหมือนพวกนักเลงเวลาทะเลาะกับใครก็จะไปช่วยกันด่าช่วยกันว่าคนอื่นๆ

ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นหน้าหมู่บ้านนั้นทะเลาะกันเหตุปาดหน้ารถที่จ.นนทบุรีตนทราบว่าเป็นเรื่องที่ขับรถเฉี่ยวกันในวันนั้นมีคนเฉี่ยวและมีตำรวจครอบครัวนี้ก็กร่างใส่ตำรวจว่า“ใหญ่นักหรอ”และจะวิ่งไปทำร้าย2คนผัวเมียแล้วก็ด่าหน้าหมู่บ้านที่ตนได้ยินคือครอบครัวนี้มีปัญหากับคนอื่นอยู่บ่อยครั้งและทุกครั้งจะโวยวายกร่างแบบนักเลงส่วนคนที่เป็นเเม่จะคอยถือโทรศัพท์ถ่ายรูปชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่

ด้าน น.ส.หทัยรัตน์ เปิดเผยกับทีมข่าวว่าเคยเช่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าวและยอมรับว่าเคยทะเลาะกับคุณเปิ้ลเจ้าของบ้านเช่าฝั่งตรงข้ามเรื่องที่จอดรถจริงโดยน้องชายนำรถไปจอดข้างบ้านคุณเปิ้ลคู่กรณีแต่ไม่มีคนมาอยู่พื้นที่หน้าบ้านจึงว่างคุณเปิ้ลเมาแล้วมายืนด่าตนอยู่หน้าบ้านบอกให้ขยับรถขณะนั้นสามีลงมาด้านล่างซึ่งตนเองเดินตามลงมา

คู่กรณีก็ยังไม่หยุดด่าตะโกนด่าสารพัดด่าหยาบคายถึงบรรพบุรุษตนเองจึงไม่ยอมและด่ากลับไปและตนยอมรับว่าก็ด่าเหมือนในคลิปที่มีคนมาแชร์ระหว่างที่ด่ากันสาวคู่กรณีนำที่ตักผงมาฟาดแต่ไปโดนรถจนรถเป็นรอยถลอก

อย่างไรก็ตามน.ส.หทัยรัตน์เปิดเผยว่าถูกคุณเปิ้ลชี้หน้าขู่“อย่าให้กูเจอมึงที่ไหนนะมึงจำหน้ากูเอาไว้นะ”แล้วเรียกแฟนรวมถึงกรรมการหมู่บ้านมารุมด่าวันเกิดเรื่องส่วนประเด็นเรื่องคุณเปิ้ลอ้างว่าตนเป็นคนพูด“มีรถเป็นร้อยคันจะจอดที่ไหนก็ได้”เรื่องนี้ขอยืนยันว่าไม่เคยพูดแค่พูดว่า“มีรถหลายคันตรงนี้เป็นที่สาธารณะใครก็จอดได้”

ขณะเดียวกันยืนยันว่าวันนั้นตนไม่ได้ถ่ายคลิป เพราะเพิ่งตื่นนอนไม่ได้หยิบโทรศัพท์ลงมาแต่คู่กรณีถ่ายคลิปเก็บไว้หลังจากนั้นไปแจ้งความที่โรงพักแต่ไม่ได้ทะเลาะกันต่อที่สภ.บางศรีเมืองจ.นนทบุรีโดยตำรวจเรียกมาไกล่เกลี่ยและรับแจ้งความอย่างเป็นธรรมท้ายที่สุดน.ส.หทัยรัตน์อยากบอกสังคมให้ฟังครอบครัวตนบ้างแต่ไม่รู้จะมีคนฟังหรือไม่เพราะกระแสด้านลบของตนรุนแรงและมีเยอะมาก

แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ