Facebook Twitter Google plus Line
สานฝันภรรยาอยากสวมชุดเจ้าสาว ซึ่งเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
Post by : JINNY LATTE   Date : 09 ม.ค. 61 08:01   Views : 4,993
Facebook Twitter Google plus Line
สานฝันภรรยาอยากสวมชุดเจ้าสาว ซึ่งเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
สานฝันภรรยาอยากสวมชุดเจ้าสาวซึ่งเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย



จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กAkestoryStoryloveweddingได้โพสต์ภาพการถ่ายเวดดิ้งให้กับหนุ่มไทยกับภรรยาที่เป็นชาวม้งซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งในสมองระยะสุดท้ายที่บ้านเข็กน้อยต.เข็กน้อยอ.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์เพราะฝ่ายชายที่ต้องการทำตามความฝันของภรรยาที่อยากจะสวมชุดเจ้าสาวล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า(8ม.ค.)ได้เดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว 

พบนายสมยศอายุ42ปีซึ่งกำลังดูแลภรรยาคือนางสุรัตน์หรือน้องหนิงอายุ33ปีอย่างใกล้ชิดโดยนายสมยศถาวรได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าตนเป็นชาวจังหวัดชลบุรีได้พบรักกับน้องหนิงครั้งแรกที่กรุงเทพฯโดยในขณะนั้นตนเป็นเชฟที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งโดยน้องหนิงเป็นผู้ช่วยกุ๊กจึงได้รู้จักจนเกิดเป็นความรัก 

 
ต่อมาตนได้มีโอกาสไปทำงานเป็นเชฟร้านอาหารที่ประเทศโปแลนด์จึงได้ให้แฟนกลับมารออยู่ที่บ้านและสัญญาว่าขอเวลา6เดือนจะเก็บเงินกลับมาแต่งงานซึ่งตนก็ทำตามสัญญาแต่การแต่งงานครั้งนั้นเป็นแบบประเพณีชาวม้งหลังจากแต่งงานกันแล้วก็ได้พาภรรยาไปทำงานที่ประเทศโปแลนด์ด้วยต่อมาภรรยามีอาการมองภาพซ้อนและหยิบจับสิ่งของก็ไม่ได้จึงพาไปพบแพทย์ปรากฏว่าเป็นมะเร็งที่สมองและมีน้ำในสมองจึงต้องผ่าตัดแต่ตนก็ขอร้องให้แพทย์ช่วยปิดบังซึ่งตนก็ได้โกหกและปลอบใจภรรยามาตลอดว่าเป็นเพียงน้ำในสมองจึงต้องเจาะออกใช้เวลาเพียง1-2ปีก็หายจากนั้นภรรยาต้องพบแพทย์อย่างต่อเนื่องและต้องทำเคมีบำบัดตนได้ให้น้องสาวภรรยาเดินทางไปช่วยดูแลเพราะตนเองก็ต้องทำงาน แต่อาการก็ยังทรุดลงเรื่อยๆและน่าเป็นห่วงอย่างมาก 

ตนจึงพาภรรยาเดินทางกลับมาเมืองไทยเพื่อให้เจอหน้าพ่อแม่และเข้าทำการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ซึ่งในระหว่างที่รักษาตัวอยู่ที่ต่างประเทศนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากเงินที่ตนและภรรยาได้ช่วยกันเก็บออมไว้แทบจะไม่เหลือเลยกระทั่งช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาภรรยามีอาการทรุดหนักตนจึงรีบเดินทางกลับมาดูแลพร้อมทั้งนั่งทบทวนดูว่ามีอะไรบ้างที่ภรรยาอยากได้อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำนั่นคือความใฝ่ฝันที่จะแต่งชุดเจ้าสาวและตนก็ตัดสินใจแล้วว่าจะบอกความจริงกับภรรยาเสียทีซึ่งหลังจากถ่ายพรีเวดดิ้งเสร็จตนจึงรวบรวมสติรวบรวมความกล้า 

จากนั้นได้ค่อยๆเอ่ยบอกความจริงทั้งน้ำตาเมื่อน้องเขารับรู้เราทั้งสองคนต่างก็สวมกอดกันร้องให้อยู่นานซึ่งบรรดาญาติๆที่มาดูการถ่ายรูปรวมทั้งช่างภาพต่างก็ร้องไห้น้ำตาไหลไปด้วยจากนั้นตนก็ได้ร้องเพลง"ขายแรงแต่งงาน"ของไมค์ภิรมย์พรให้กับภรรยาฟังข้างๆหูซึ่งเพลงนี้ผมจะต้องให้ฟังทุกคืนเพราะตรงกับชีวิตตนเองและได้เพลงนี้เป็นกำลังใจจนตนเองเก็บเงินและแต่งงานกับภรรยาได้ซึ่งในช่วงที่ป่วยและอยู่ห่างกันตนเองจะโทรมาคุยพร้อมกับร้องเพลงนี้ให้ฟังทุกคืน 

 
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมจึงรักและดูแลภรรยาดีมากขนาดนี้นายสมยศให้คำตอบว่าที่ตนรักมากขนาดนี้เพราะว่าที่ผ่านมาภรรยาให้เกียรติตนเองเป็นอย่างมากไม่เคยบ่นไม่เคยว่าไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องส่วนตัวเลยแม้กระทั่งกระเป๋าเงินหรือโทรศัพท์ภรรยาไม่เคยแตะต้องของตนเองเลยและที่สำคัญภรรยาจะเข้ามากราบเท้าของตนก่อนนอนไม่เคยขาดเลยแม้แต่คืนเดียว


//sanook
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ