Facebook Twitter Google plus Line
เจอกันแล้ว! ตูน-จิมมี่ เศรษฐีใจบุญบริจาค16ล.
Post by : AEK LIGOR   Date : 12 พ.ย. 60 20:11   Views : 2,147
Facebook Twitter Google plus Line
เจอกันแล้ว! ตูน-จิมมี่ เศรษฐีใจบุญบริจาค16ล.

ตูนได้วิ่งต่อไปจนถึงค่ายวชิราวุธขณะที่จิมมี่นั่งคอยในร้านไม่มีใครบอกให้รู้ก่อนที่จะตามไปเจอกันหน้าค่ายฯมีการกอดขอบคุณสุดซึ้ง



วันที่12...“ตูนบอดี้สแลมและคณะนักวิ่งก้าวคนละก้าวฯหลังออกสตาร์ตของการวิ่งเป็นวันที่12ออกจากหน้าที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ.นครศรีธรรมราชไปตามถนนสาย408สงขลา-นครศรีธรรมราชมุ่งหน้าไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารและกองทัพภาคที่4ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่เขตตัวเมืองนครศรีธรรมราชไปตามถนนสายราชดำเนินผ่านสี่แยกหัวถนนผ่านหน้ารพ.มหาราชนครศรีธรรมราชซึ่งมีบรรดาแพทย์พยาบาลจากรพ.ต่างๆทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราชมายืนรอนำเงินบริจาครวมประมาณเกือบ1ล้านบาทมามอบให้ตูนรวมถึงชาวบ้านจำนวนมากร่วมบริเวณบริจาคเงินตลอดเส้นทาง


เวลา13.00.ตูนและคณะได้วิ่งมาถึงหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารที่ลานโพธิ์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร.เมือง.นครศรีธรรมราชซึ่งเป็นจุดที่ได้กำหนดมอบตั๋วแลกเงินจำนวน16ล้านบาทของนายจิมมี่ชวาลานักธุรกิจค้าผ้าเศรษฐีใจบุญชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อสนับสนุนโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ11โรงพยาบาลทั่วประเทศโดยมีนายจำเริญทิพญพงศ์ธาดาผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นตัวแทนมอบในนามชาวนครศรีธรรมราช มอบตั๋วแลกเงินจำนวน16ล้านบาทให้ตูนบอดี้สแลมทันทีโดยไม่มีตัวนายจิมมี่ชวาลาเจ้าของเงิน16ล้านบาทมาร่วมมอบด้วยแต่อย่างใดโดยนายจิมมี่อ้างว่าต้องการให้ทุกคนมีความสุขกับตูนอย่างเต็มที่ไม่ต้องการให้มาเสียเวลากับตนในวันนี้ 


จากนั้นผวจ.นครศรีธรรมราชได้มอบเสื้อนครศรีดี๊ดีนครศรีดีกว่าเดิมให้ตูนด้วย นอกจากนี้นางสุชาดาพันธุ์นรานายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก.นราธิวาสและคณะได้นำเงินที่ได้รับบริจาคจากประชาชนชาวสุไหงโก-ลกจำนวน305,000บาทมอบให้ตูนด้วยขณะเดียวกันได้มีพระสงฆ์จากวัดหน้าพระลาน.เมือง.นครศรีธรรมราชมอบเงินและวัตถุมงคลเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ตูนด้วยรวมทั้งหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาชนได้มีการมอบเงินให้ตูนกันอย่างคึกคักและก่อนหน้านั้นนายวาทีทรัพย์สินบุตรชายนายหนังตะลุงสุชาติทรัพย์สินอดีตศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับและเจ้าของพิพิธภัณฑ์นายหนังสุชาติทรัพย์สินได้นำตัวหนังตะลุงที่แกะเป็นตัวของตูนบอดี้สแลม ในท่าทางกำลังวิ่งมาประมูลด้วยซึ่งเจ้าของโรงแรมแมนดี้นกนครศรีธรรมราชประมูลได้จำนวน30,000บาทนำเงินมอบให้ตูนทั้งหมดส่วนผู้ที่ประมูลได้รับรูปหนังตะลุงพร้อมลายเซ็นของตูนเป็นที่ระลึก


จากนั้นตูนบอดี้สแลมได้กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราชและชาวไทยทั่วประเทศที่ได้ร่วมกันบริจาคเงินคนละเล็กคนละน้อยเพื่อสนับสนุนโครงการก้าวคนละก้าวยอมรับว่าตอนนี้ตนไม่มีเสียงแล้ววิ่งจนเสียงแห้งต้องขอโทษพี่น้องประชาชนด้วยที่ไม่ได้ยินเสียงตนได้ชัดเจนในวันนี้ ตูนบอดี้สแลมกล่าวอีกว่าขณะนี้ได้บริจาคกว่า180ล้านบาทแล้วหากเอารวมกับของคุณจิมมี่ในวันนี้16ล้านบาทและของชาวนครศรีธรรมราชในวันนี้น่าจะได้ไม่ต่ำกว่า200ล้านบาทแล้วซึ่งตนต้องการได้เงินคนละเล็กคนละน้อยจากคนจำนวนมากไม่ประสงค์เงินจำนวนมากจากคนจำนวนน้อยต้องการให้ทุกคนมีส่วนร่วมและหันมาอออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกันเยอะๆและถึงแม้ว่าตนจะวิ่งจากเบตงถึงแม่สายตนก็ยังไม่เหนื่อยเท่ากับหมอและพยาบาลตนไม่ใช่ฮีโร่แต่ผู้ที่เป็นฮีโร่คือคุณหมอและพยาบาลขอให้กำลังใจแก่คุณหมอและพยาบาลต่อไปอยากจะขอให้ทุกคนที่มาร่วมต้อนรับตนได้เปลี่ยนจากตูนสู้ๆให้กล่าวคำว่าคุณหมอสู้ๆพยาบาลสู้ๆซึ่งขอให้เริ่มตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นต้นไปก่อนที่ตูนได้กล่าวนำเป็นต้นเสียงคุณหมอสู้ๆพยาบาลสู้ๆมีผู้กล่าวตามดังกึกก้องบริเวณลานโพธิ์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารจากนั้นตูนได้ลงจากเวทีแล้วไปพักผ่อนและทำการบำบัดร่างกายในรถนานประมาณ1ชั่วโมง


จนเวลา15.00.ตูนได้วิ่งต่อจากหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารไปตามถนนราชดำเนินเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นย่านธุรกิจการค้าของจังหวัดโดยเฉพาะตูนได้มีการวิ่งผ่านร้านผ้าจิมมี่ของนายจิมมี่ชวาลาบริเวณสี่แยกท่าวัง.ท่าวัง.เมืองนครศรีธรรมราชโดยมีประชาชนจำนวนมากนับพันคนมารอบริเวณหน้าร้านจิมมี่และตลอดสองข้างทางเต็มมืดไปหมดแต่ปรากฏว่าตูนและคณะได้วิ่งผ่านร้านจิมมี่ไปโดยไม่ได้แวะเข้าไปกราบขอบคุณคุณจิมมี่ซึ่งคุณจิมมี่นั่งคอยต้อนรับอยู่ภายในร้านท่ามกลางการบ่นเสียใจของชาวนครศรีธรรมราชที่ไม่ได้เห็นตูนเข้าไปกราบขอบคุณคุณจิมมี่ภายในร้านจิมมี่เมื่อวิ่งผ่านร้านโดยมีการโทษถึงทีมงานไม่ได้แนะให้คุณตูนแวะเข้าไปในร้านจิมมี่กลับวิ่งผ่านเลยไปอย่างน่าเสียดาย  

 

อย่างไรก็ตามหลังวิ่งไปตามถนนราชดำเนินก่อนถึงเข้าค่ายวชิราวุธกองทัพภาคที่4.เมืองนครศรีธรรมราชเพื่อกราบไหว้อนุสาวรีย์วีรไทยหรือพ่อจ่าดำโดยมีคณะของรองแม่ทัพภาค4คอยให้การต้อนรับจิมมี่ได้เดินทางมาพบกับตูนตรงเข้าไปกอดหอมที่ศีรษะพร้อมถอดด้ายที่ผูกข้อมือผูกให้กับตูนด้วย จากนั้นจิมมี่พร้อมลูกชายได้วิ่งคู่กับตูนมุ่งหน้าเข้าค่ายวชิราวุธ 


จากนั้นจิมมี่ได้กล่าวขอบคุณตูนที่เสียสละทำในสิ่งที่ดีเพื่อโรงพยาบาลทั่วประเทศในการช่วยเหลือชีวิตคนต่อไปเป็นการช่วยชีวิตต่อชีวิตนับเป็นโครงการที่ดีมากที่ตนขอชื่นชมโดยทั้งคู่ใช้เวลาคุยกันนานประมาณ10นาทีจากนั้นทั้งตูนและจิมมี่ได้พากันกราบไหว้อนุสาวรีย์พ่อจ่าดำก่อนเดินทางกลับโดยตูนจะหยุดนอนพักผ่อนที่บ้านหน้าทับ.ท่าศาลา.นครศรีธรรมราชเป็นจุดสุดท้ายในค่ำคืนนี้




ที่มา//ไทยรัฐ

แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ