Facebook Twitter Google plus Line
คัตเตอร์ปาดคอ-ค้อนทุบ! ตกใจคว้าหัวน้องงูสู้เดือด ผงะโผล่ชักโครกกัดฝังเขี้ยวรัดไม่ปล่อย
Post by : Ao  Views : 3,650 Date : 13 ม.ค. 63 13:01  
Facebook Twitter Google plus Line
คัตเตอร์ปาดคอ-ค้อนทุบ! ตกใจคว้าหัวน้องงูสู้เดือด ผงะโผล่ชักโครกกัดฝังเขี้ยวรัดไม่ปล่อย

คัตเตอร์ปาดคอ-ค้อนทุบ! ตกใจคว้าหัวน้องงูสู้เดือด ผงะโผล่ชักโครกกัดฝังเขี้ยวรัดไม่ปล่อย


วันที่ 12 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพ จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chunya Sittiwichai ที่โพสต์ระบุว่า ว่าด้วยเรื่องงูในชักโครก…ที่ใครๆก็คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ใช่ตอนแรกก็คิดแบบนั้น จนมาเกิดที่ชักโครกบ้านตัวเอง ตัวขนาดนี้ไปอยู่ในชักโครกได้ไง หลังจากโผล่มากัดฝังเขี้ยวแล้วเกิดการต่อสู้กันขึ้น จนสุดท้ายจบด้วยเลือดทั้ง 2 ฝ่าย

โดยเรื่องนี้ เฟซบุ๊ก Chunya Sittiwichaiว่าด้วยเรื่องงูในชักโครก…ที่ใครๆก็คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ใช่ตอนแรกก็คิดแบบนั้น จนมาเกิดที่ชักโครกบ้านตัวเอง ตัวขนาดนี้ไปอยู่ในชักโครกได้ไง
ขอเล่าวีรกรรมของเจ๊แอนนาหน่อย

นางเข้าห้องน้ำที่บ้านจ้า บ้านเป็นหมู่บ้านนะ ไม่ได้อยู่ในป่าในดง ละน้องงูก็อยู่ในชักโครกจ้า น้องงูกัดที่ต้นขาแม่ตอนแม่นั่งที่ชักโครก แม่ก็ตกใจมาก คว้าหัวน้องงู จะดึงให้มันออก น้องงูไม่ยอมหลุดจ้า ฝังเขี้ยวแน่นมากละก็เลื้อยมาพันรอบตัวแม่ แม่ก็พยายามจับหัวมัน รัดให้มันปล่อยเขี้ยว จนแผลที่น้องงูกัดยาว เหมือนโดนมีดบาด ตะโกนเรียกน้องชายอยู่นานสองนาน พอน้องชายมามันก็กลัวงู หยิบคัตเตอร์มาให้แม่ แม่เอาคัตเตอร์เฉือนน้องงู

Loading...

แต่หนังน้องงูเหนียวมาก เฉือนไม่เข้าคัตเตอร์เลยเข้านิ้วโป้งตัวเองไป 3 ซ.ม. (ละนึกภาพตามเฉือนงูที่พันตัวอยู่ อี… ) สติแม่เกือบแตกแล้ว น้องงูก็เริ่มรัดหนักขึ้นเรื่อยๆ แม่บอกแม่นึกถึงอาม่าบอกช่วยลูกด้วย ไม่รู้อาม่าช่วยจริงเปล่า

แต่น้องหลุดจ้า… แม่เลยจับหัวน้องงูกดไว้ที่พื้น แต่ตัวมันยังรัดแม่อยู่ แม่ให้น้องชายหยิบค้อนมา และแม่ก็ทุบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนน้องงูปล่อยแม่ น้องชายฉุดแม่ขึ้นมาและปิดประตูขังน้องงูไว้ในห้องน้ำ ( น้องงูไม่ตายนะคะ ???? )

สุดท้ายเจ้าหน้าที่มูลนิธิมาเอางูออกไป และพ่อพาแม่ไปโรงบาลไปเย็บแผลที่โดนคัตเตอร์บาด และโดนน้องงูกัด จบวีรกรรมเจ๊แอนนาขาใหญ่ตลาดไท

ปล.แม่โคตรเท่ โคตรฮีโร่เลยว่ะ ถ้าเป็นเราคงเป็นลมทำไรไม่ถูกโดนรัดตายคาห้องน้ำไปแล้ว ??

ปล.2 ดูชักโครกทุกครั้งก่อนใช้งานแม้บ้านจะไม่ได้อยู่ในป่าในเขาก็ตาม


ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Chunya Sittiwichai
Loading...